นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2569

บริษัท เพาเวอร์โฮมดีไซน์ จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ใช้บริการ คู่ค้า และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมาย

 

บริษัทจึงได้จัดทำ “นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)” ฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากการให้บริการผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่ https://powerhomedesign.co.th ช่องทางติดต่อสื่อสารต่าง ๆ รวมถึงการติดต่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทในทุกช่องทาง

การที่ท่านเข้าถึง ใช้งาน หรือติดต่อกับบริษัท ให้ถือว่าท่านได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว ทั้งนี้ บริษัทอาจมีการแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ของบริษัท

1.นิยาม

ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้คำและข้อความต่อไปนี้มีความหมายดังต่อไปนี้

“บริษัท” หมายถึง บริษัท เพาเวอร์โฮมดีไซน์ จำกัด

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลสามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และบริษัทมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ลูกค้า ผู้ใช้บริการ คู่ค้า ผู้ติดต่อ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยน การใช้ การเปิดเผย การโอน การเผยแพร่ การลบ หรือการทำลาย

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“คุกกี้” (Cookies) หมายถึง ข้อมูลขนาดเล็กที่ถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเมื่อเข้าชมเว็บไซต์ เพื่อจดจำข้อมูลการใช้งานหรือพฤติกรรมของผู้ใช้งาน

“ข้อมูลการใช้งานระบบ” (Log Data) หมายถึง ข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานเว็บไซต์หรือระบบ เช่น ที่อยู่ IP ประเภทอุปกรณ์ วันที่และเวลาที่เข้าใช้งาน และพฤติกรรมการใช้งาน

“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ หรือแนวปฏิบัติที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว

2.ขอบเขตของประกาศ

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) ใช้บังคับกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท ในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีดังต่อไปนี้

(1) การติดต่อสอบถาม การขอใบเสนอราคา หรือการทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างกับบริษัท

(2) การใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของบริษัท หรือช่องทางออนไลน์อื่น เช่น Line หรืออีเมล

(3) การติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อผ่านช่องทางใด

(4) การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด การส่งเสริมการขาย หรือกิจกรรมอื่นใดของบริษัท

(5) การดำเนินธุรกรรม การชำระเงิน และการให้บริการหลังการขาย

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจาก

(ก) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

(ข) การใช้งานเว็บไซต์หรือระบบของบริษัท

(ค) บุคคลภายนอก เช่น คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง

(ง) แหล่งข้อมูลสาธารณะหรือแหล่งข้อมูลที่บริษัทมีสิทธิเก็บรวบรวมได้ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เว้นแต่

(1) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(2) เป็นการดำเนินการตามสัญญาหรือก่อนเข้าทำสัญญา

(3) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

(4) เป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท โดยไม่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยบุคคลภายนอกหรือเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งมีนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นของตนเอง บริษัทขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลศึกษานโยบายดังกล่าวของบุคคลที่สามก่อนการใช้งาน

3.แหล่งที่มาของข้อมูล

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(ก) ข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น การกรอกแบบฟอร์มติดต่อ การขอใบเสนอราคา การทำสัญญา การให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ อีเมล โทรศัพท์ หรือช่องทางสื่อสารอื่นของบริษัท

(ข) ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้บริการหรือการทำธุรกรรมกับบริษัท เช่น ข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างการเจรจา การทำสัญญา การก่อสร้าง การชำระเงิน การให้บริการหลังการขาย หรือการติดต่อประสานงานที่เกี่ยวข้อง

(ค) ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้งานเว็บไซต์หรือระบบของบริษัท เช่น ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ (Log Files) ที่อยู่ IP ประเภทอุปกรณ์ ประเภทเบราว์เซอร์ วันที่และเวลาที่เข้าชม พฤติกรรมการใช้งาน รวมถึงข้อมูลจากคุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

(ง) ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก เช่น คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตัวแทน ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเพื่อการดำเนินธุรกิจหรือให้บริการแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

(จ) ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

(ช) ข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งดังกล่าวภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม และเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจและการให้บริการของบริษัทเท่านั้น

4.ประเภทของข้อมูลที่เก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็น โดยประเภทของข้อมูลที่อาจมีการเก็บรวบรวม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดังต่อไปนี้

(ก) ข้อมูลระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ

(ข) ข้อมูลการติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล Line ID หรือช่องทางการติดต่ออื่น

(ค) ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการและทรัพย์สิน (Project / Property Data) เช่น ข้อมูลที่ดิน โฉนดที่ดิน ตำแหน่งที่ตั้งก่อสร้าง (GPS) แบบบ้าน ข้อมูลการออกแบบ และรายละเอียดงานก่อสร้าง

(ง) ข้อมูลทางการเงิน (Financial Data) เช่น ข้อมูลการชำระเงิน หลักฐานการโอนเงิน ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อ

(จ) ข้อมูลการทำธุรกรรม (Transaction Data) เช่น รายละเอียดสัญญา รายการสั่งซื้อ บริการที่ใช้ ประวัติการชำระเงิน และข้อมูลการให้บริการหลังการขาย

(ช) ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร (Communication Data) เช่น ข้อความการติดต่อ อีเมล บันทึกการสนทนา หรือข้อมูลการร้องเรียนและข้อเสนอแนะ

(ซ) ข้อมูลทางเทคนิคและการใช้งาน (Technical and Usage Data) เช่น ที่อยู่ IP ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ (Log Data) พฤติกรรมการใช้งาน และข้อมูลจากคุกกี้ (Cookies)

(ฌ) ข้อมูลเพื่อการตลาดและความสนใจ (Marketing and Preference Data) เช่น ความสนใจ ความต้องการแบบบ้าน พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ หรือการตอบสนองต่อกิจกรรมทางการตลาด

ทั้งนี้ บริษัทไม่มีนโยบายเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เว้นแต่มีความจำเป็นและได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีฐานทางกฎหมายรองรับตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าวเป็นพิเศษ

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น เหมาะสม และเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจและการให้บริการเท่านั้น และจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลเกินกว่าความจำเป็น (Data Minimization)

5.วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย และสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังต่อไปนี้

5.1 เพื่อการให้บริการและการดำเนินการตามสัญญา

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการให้บริการและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การติดต่อเสนอราคา การให้คำปรึกษา การออกแบบ การจัดทำแบบก่อสร้าง การดำเนินงานก่อสร้าง การควบคุมคุณภาพงาน การส่งมอบงาน การเรียกเก็บเงิน การรับชำระเงิน ตลอดจนการให้บริการหลังการขาย และการดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บริการของบริษัทเป็นไปอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

5.2 เพื่อการยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อมูล

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการยืนยันตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสาร การป้องกันการแอบอ้างหรือการกระทำโดยมิชอบ ตลอดจนการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตหรือการใช้บริการในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง

5.3 เพื่อการติดต่อสื่อสารและการให้บริการลูกค้า

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการติดต่อสื่อสารกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การตอบข้อสอบถาม การให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการ การแจ้งสถานะการดำเนินงาน การนัดหมาย การประสานงาน และการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการใช้บริการ

5.4 เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจและปรับปรุงบริการ

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กร การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนธุรกิจ การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของบริการ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัท

5.5 เพื่อการตลาดและการนำเสนอสิทธิประโยชน์

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการสื่อสารทางการตลาด การนำเสนอแบบบ้าน ผลิตภัณฑ์ บริการ โปรโมชั่น หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิเลือกที่จะปฏิเสธหรือยกเลิกการรับข้อมูลทางการตลาดได้ทุกเมื่อ

5.6 เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ การป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ การตรวจสอบและติดตามการใช้งานระบบ รวมถึงการป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทหรือบุคคลอื่น

5.7 เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งของหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการดำเนินการทางบัญชี ภาษี และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5.8 เพื่อการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้อง การป้องกันข้อพิพาท การดำเนินคดี การบังคับใช้สิทธิหรือสัญญา รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

6.เทคโนโลยีติดตามตัวบุคคล (Cookies)

6.1 การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน 

บริษัทใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น พิกเซล (Pixels) ไฟล์บันทึก (Log Files) หรือเทคโนโลยีติดตามอื่น เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน

ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง การจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน การปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ตลอดจนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

6.2 ประเภทของคุกกี้

บริษัทอาจใช้คุกกี้ประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(ก) คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly Necessary Cookies) เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง และให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานของเว็บไซต์ได้

(ข) คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics Cookies) เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม พฤติกรรมการใช้งาน เพื่อนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์

(ค) คุกกี้เพื่อการทำงาน (Functional Cookies) เพื่อจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน เช่น ภาษา หรือการตั้งค่าอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

(ง) คุกกี้เพื่อการตลาด (Marketing Cookies) เพื่อใช้ในการนำเสนอเนื้อหา โฆษณา หรือโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับความสนใจของผู้ใช้งาน

6.3 การใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอก 

บริษัทอาจอนุญาตให้บุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้ให้บริการโฆษณา ใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีติดตามบนเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งนี้ บุคคลภายนอกดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและนโยบายความเป็นส่วนตัวของตนเอง

บริษัทไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลภายนอกดังกล่าวได้โดยสมบูรณ์ จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้งานศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเพิ่มเติม

6.4 การจัดการคุกกี้ 

ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของตนเพื่อปฏิเสธ ลบ หรือจำกัดการใช้งานคุกกี้บางประเภทหรือทั้งหมดได้

ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรือผู้ใช้งานอาจไม่สามารถใช้ฟังก์ชันบางอย่างของเว็บไซต์ได้

6.5 การเชื่อมโยงข้อมูลการใช้งานจากหลายอุปกรณ์

ในกรณีที่ผู้ใช้งานเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านหลายอุปกรณ์ บริษัทอาจมีการเชื่อมโยงข้อมูลการใช้งานจากอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน และการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกินสมควร

6.6 นโยบายคุกกี้  

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของคุกกี้ ระยะเวลาการจัดเก็บ และวิธีการจัดการคุกกี้ อาจกำหนดไว้ในนโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy) ของบริษัท ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

7.สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้

7.1 สิทธิในการถอนความยินยอม

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้าแล้ว

7.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน รวมถึงสิทธิขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

7.3 สิทธิในการถ่ายโอนข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์อัตโนมัติ และมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น เมื่อสามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ

7.4 สิทธิในการคัดค้าน

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนในกรณีที่กฎหมายกำหนด

7.5 สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็น หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

7.6 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำร้อง หรือในกรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

7.7 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์

7.8 สิทธิในการร้องเรียน

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ในกรณีที่เห็นว่าบริษัทมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

7.9 เงื่อนไขการใช้สิทธิ

การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้น อาจมีข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด หรือในกรณีที่บริษัทมีเหตุจำเป็นตามกฎหมายในการปฏิเสธคำขอ เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจะแจ้งผลการดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า

8.มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามหลักความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) ความพร้อมใช้งาน (Availability) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหาย เข้าถึงโดยมิชอบ ใช้งาน เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทใช้มาตรการด้านความปลอดภัยทั้งในระดับการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) เทคโนโลยีและระบบ (Technical Safeguards) การควบคุมทางกายภาพ (Physical Safeguards) รวมถึงมี ระบบควบคุมการเข้าถึงข้อมูล (Access Control) และการอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

8.1 การปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้ตามความเหมาะสม โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางสื่อสารอื่นของบริษัท โดยบริษัทจะมีการทบทวนและประเมินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยง เทคโนโลยี และกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป

8.2 การเปิดเผยข้อมูลในกรณีการปรับโครงสร้างธุรกิจ

ในกรณีที่บริษัทมีการควบรวมกิจการ การเข้าลงทุน การโอนกิจการ การโอนสิทธิ การขายหุ้น การปรับโครงสร้างธุรกิจ หรือธุรกรรมอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่ผู้รับโอน ผู้ลงทุน ผู้ซื้อกิจการ หรือที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้อง เท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ การตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) หรือการดำเนินธุรกรรมดังกล่าว โดยบุคคลดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

8.3 การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ หรือเท่าที่สามารถกระทำได้ หากเหตุละเมิดมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้าพร้อมแนวทางเยียวยา ผ่านช่องทางที่ท่านได้ให้ไว้ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ เป็นต้น

9.ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ และ/หรือเท่าที่กฎหมายกำหนด

9.1 หลักเกณฑ์การกำหนดระยะเวลาเก็บรักษา

บริษัทจะพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น

(ก) วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและการใช้งานข้อมูล

(ข) ระยะเวลาที่จำเป็นต่อการให้บริการและการดำเนินธุรกรรม

(ค) อายุความตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(ง) ความจำเป็นในการใช้ข้อมูลเพื่อการดำเนินคดีหรือการพิสูจน์สิทธิเรียกร้อง

9.2 ระยะเวลาในการเก็บรักษา

โดยทั่วไป บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาที่มีความสัมพันธ์ทางสัญญา และอาจเก็บต่อไปภายหลังสิ้นสุดสัญญาเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือการดำเนินคดี ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเก็บรักษาไว้จนกว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุด

9.3 การลบหรือทำลายข้อมูล

เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization) ตามวิธีการและมาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ

9.4 การเก็บรักษาเพื่อประโยชน์ทางสถิติหรือการวิเคราะห์

บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ การวิจัย หรือการพัฒนาบริการ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

10.ช่องทางการติดต่อ และการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือประสงค์จะใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ สามารถติดต่อบริษัทได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

บริษัท เพาเวอร์โฮมดีไซน์ จำกัด

ที่อยู่: 59/35-37 ถนนห้วยยอด ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000

เว็บไซต์: https://powerhomedesign.co.th

โทรศัพท์: 093-751-5453, 082-113-8735

Line: power789

อีเมล: Powerhomed@gmail.com

10.1 การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องเพื่อใช้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนด โดยติดต่อผ่านช่องทางข้างต้น พร้อมระบุรายละเอียดคำขอให้ชัดเจน และอาจต้องแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนตามที่บริษัทกำหนด

บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำร้องขอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจะแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบโดยไม่ชักช้า

10.2 การปฏิเสธคำขอ

บริษัทอาจปฏิเสธคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนด หรือมีเหตุจำเป็นอันสมควร เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

10.3 สิทธิในการร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นว่าบริษัทมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ตามช่องทางที่หน่วยงานดังกล่าวกำหนด

11.การปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย แนวปฏิบัติ หรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้ถือว่านโยบายฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับทันทีที่ประกาศ

ลูกค้าสัมพันธ์

จันทร์-เสาร์ เวลา 08.00น.-17.00น.